ออมหุ้นเองหรือผ่านบล. แบบไหนดีกว่ากัน

 

ส่วนตัวตอนนี้ก็รู้สึกดีอยู่เหมือนกันที่เห็นมีกระแสเรื่อง “การลงทุน” ที่เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนหันมาให้ใจดูแลเงินตัวเองกันมากขึ้น แล้วทีนี้หลังจากที่เราศึกษาเรื่องการลงทุนมาสักพัก เชื่อว่าทุกคนต้องมีคำว่า “หุ้น” ลอยเข้ามาอยู่ในหัวกันบ้างแน่ๆ ซึ่งถ้าลองศึกษาไปเรื่อยน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ออมหุ้น” ที่เป็นบริการจากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยอยู่แน่ๆว่าอะไรคือการ “ออมหุ้น” ที่เป็นบริการจากบล. กันแน่ แล้วทำไมต้องตั้งบริการขึ้นมา เราไม่ได้เข้าไปเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น แล้วก็หักออมเองไม่ได้เหรอ? วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าความแตกต่างระหว่าง “ออมหุ้นแบบซื้อเอง” กับ “ออมหุ้นผ่านบล.” เป็นอย่างไรบ้าง

ประการแรก “หุ้นที่เราลงทุนได้” จะมีจำนวนแตกต่างกัน การที่เราเลือกออมหุ้นเอง แน่นอนว่าเราจะสามารถเลือกหุ้นตัวไหนอย่างไรก็ได้ แล้วแต่ใจเราต้องการเลย แต่ถ้าเราจะ “ออมหุ้นผ่าน บล.” จะมีหุ้นที่ทางบล. คัดเลือกมาให้เราเลือกซื้อเท่านั้น แล้วถ้าถามต่อว่าการที่บล. เค้าจะคัดเลือกหุ้นให้เราดีมั้ย? ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง 100% ว่าอันไหนดีกว่า ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป

ถ้าสำหรับนักลงทุนมือเก๋าคัดเลือกหุ้นเป็นแล้ว การคัดเลือกหุ้นเองก็น่าจะดีกว่าเพราะลงทุนหุ้นตัวไหนก็ได้ แต่ถ้าสำหรับนักลงทุนมือใหม่หน่อย ก็เลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่ทางบล. คัดมาให้ก็น่าจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะบล. เค้าจะทำตัวเองเหมือน “ตัวกรองหุ้น” ที่คอยคัดเลือกหุ้นให้กับเราว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้ลงทุนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นตัวนี้ลงทุนแล้วหุ้นจะขึ้นแน่นอน 100% แต่เป็นการที่เราจะได้ทำการบ้านน้อยลงเพราะหุ้นที่เค้าคัดเลือกมาให้แล้วระดับหนึ่ง

อย่างที่สองที่น่าจะแตกต่างกันก็คือ “จำนวนหุ้น” ที่เราเลือกลงทุนได้ ถ้าเราเลือก “ออมหุ้นเอง” เวลาเราซื้อหรือขายหุ้นโดยปกติเราต้องซื้อขายขั้นต่ำเป็น 100 หุ้น แต่ถ้าราคาหุ้นที่ราคาเกิน 500 บาทต่อหุ้น ก็จะสามารถซื้อที่ 50 หุ้นได้ แต่ถ้าเราเลือกใช้บริการ “ออมหุ้นจากบล.” เวลาเราซื้อเราจะซื้อเป็นจำนวนเงินแทน (เหมือนเราซื้อกองทุน) เช่น เราจะซื้อหุ้น 1,000 บาท แล้วหุ้นราคา 50 บาทเราก็จะได้หุ้นมาประมาณ 20 หุ้นนั่นเอง (อาจจะได้ไม่ถึง 20 หุ้นเพราะจะมีค่าธรรมเนียม)

Report business statistics concept

ตรงนี้ส่วนตัวคิดว่าเป็นข้อดีมากๆ สำหรับนักลงทุนรายย่อยเพราะหุ้นบางตัวที่เป็นหุ้น Bluechip ขนาดใหญ่อย่าง PTT AOT SCC ถ้าจะให้รายย่อยที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนไปซื้อ 100 หุ้น อาจจะต้องใช้เงินสูงถึง 40,000 – 50,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเงินลงทุนแล้วอาจจะทำให้นักลงทุนรายย่อยซื้อไม่ไหวหรือซื้อแล้วไม่สามารถซื้อหุ้นตัวอื่นได้เลยก็จะมีความเสี่ยงกับพอร์ตสูงขึ้นอย่างมากเพราะขาดการทำ Asset Allocation ที่ดี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนขาดทุนกันเลยทีเดียว นอกจากที่บริการ “ออมหุ้นจากบล.” ยังสามารถให้เราไปเปิดบริการเพิ่มเติมได้อีกก็คือการทำ DCA ทุกเดือนก็ถือว่าเป็นระบบที่ช่วงสร้างวินัยการลงทุนให้กับเราได้อย่างดี

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าการลงทุนที่ดีที่สุดจะ “ออมหุ้นเอง” หรือ “ออมหุ้นผ่านบล.” เราต้องมาดูเงื่อนไขและข้อจำกัดของเรา ถ้าเป็นนักลงทุนที่มีเงินลงทุนระดับหนึ่ง มีประสบการณ์มาสักหน่อยการเลือก “ออมหุ้นเอง” ก็ดูเป็นอะไรที่เหมาะสมกว่า แต่ถ้าเรายังเป็นมือใหม่แล้วเงินทุนยังไม่ได้เยอะมาก “ออมหุ้นจากบล.” ก็ดูเป็นอะไรที่น่าสนใจกว่า แถมยังสามารถช่วยให้มีวินัยการลงทุนผ่าน DCA อีกด้วย

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย จากการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวยการเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *