เริ่มเล่นหุ้นจากเงิน 10,000 บาท

หุ้น เป็นอะไรที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากจะเป็นนักเล่นหุ้น โดยที่ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันคืออะไรแต่ตอนนั้นรู้แค่เพียงอย่างเดี่ยวก็คือ คนเล่นหุ้นมักเป็นคนรวย แล้วเวลาก็ผ่านไปนานพอสมควร ตัวผมเองก็ยังไม่ได้เล่นหุ้นสักที่ก็ได้แต่เพียงมองดูตัวเลขที่หน้าจอทีวีวิ่งไปวิ่งมาว่ามันคืออะไรน๊าตัวเลขสีเขียว สีแดงสลับกันไปมา จนมาวันหนึ่งเพื่อนที่เล่นหนังสือด้วยกันสมัยมัธยมได้ไปทำงานเป็นโปรกเกอร์ที่บริษัทกรุงศรี ผมก็ไม่รีบรอช้าปรึกษาเพื่อนทันที่ว่าทำอย่างไรถึงจะเล่นหุ้นได้วะ เพื่อนก็บอกทันที่ว่าต้องมีเงินเดินบัญชีเพื่อไปขอเปิดบัญชีที่โปรกเกอร์ แล้วก็ต้องมีบัญชีสำหรับชำระค่าหุ้นหักบัญชี ผมก็ทำตามที่เพื่อนบอกทันที่ไม่นานผมก็สามารถชื้อหุ้นได้ แต่เดี๋ยวก่อนมันไม่ง่ายขนาดนั้นมันมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นมาเรื่องมันมีอยู่ว่าแล้วผมจะซื้อหุ้นอะไรแล้วซื้อจำนวนเท่าไร ผมจะสรุปการซื้อขายหุ้นแบบง่ายให้เป็นข้อๆแล้วกัน

1. ขอเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับโปรกเกอร์ (ต้องใช้เงินเดือนบัญชีและอื่นๆ)
2. ต้องมีบัญชีธนาคารสำหรับจ่ายเงินและรับเงินค่าหุ้น
3. เริ่มหาหุ้นที่เราต้องการจะซื้อ เช่น PTT,DTAC,TRUE เป็นต้น
4. จำนวนหุ้นที่จะซื้อขั้นต่ำคือ 100 หุ้น ยกตัวอย่าง
หุ้น PTT ราคาหุ้นละ 250 บ. ก็ต้องซื้อขั้นต่ำคือ 250 บ. * 100 หุ้น ก็จะเท่ากับ  25,000 บ. และต้องจ่ายค่าธรรมเนียบการซื้อขายต่อวันวันละ 50 บาท + ค่าคอมมิสชันอีก 0.25 % ของราคาหุ้น เป็นต้น

เรามาเริ่มหาหุ้นกันดีกว่าว่าจะซื้อหุ้นอะไรกันดี หุ้นตัวแรกที่ผมซื้อคือหุ้น KTB บ้างคนที่เล่นหุ้นอยู่แล้วจะรุ้จักกันดีว่าคือหุ้นอะไรแต่สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นหุ้นก็จะคุ้นๆว่าชื่อคล้ายๆกับตัวย่อของธนาคารกรุงไทย ใช่แล้วครับคือหุ้นของธนาคารกรุงไทยนั้นเอง และเหตุผลที่ผมเลือกหุ้นตัวนี้ก็เพราะว่าเป็นหุ้นที่มีราคาแค่เพียง 8.30 บ. ในขณะนั้น ซึ่งผมคิดว่าราคามันถูกดีถ้าเทียบกับหุ้น PTT ที่ราคาตัวละ 250 บ. ผมจึงตัดสินใจซื้อเป็นจำนวน 1,200 หุ้น เป็นเงิน 9,960 บ.(ด้วยเหตุผลว่าราคามันถูกกว่าหุ้นPTT) ซึ่งผมมาทราบในภายหลังว่าทำไมหุ้น KTB ถึงมีราคาถูกว่าเพราะPTTเป็นบริษัทที่โดนตีมูลค่าในอนาคตออกมาเผื่อไว้แล้วและเป็นหุ้นที่คนรู้จักกันดี กลับมาที่หุ้น KTB อีกครั้งหลังจากซื้อไปราคาของหุ้นก็ได้ขึ้นไปเรื่อยๆ ภายใน 2 อาทิตย์ ราคาหุ้นขึ้นไปเป็น 10.30 บ. ทำให้ผมได้กำไรอยุ่ประมาณ 2,400 บ. ขณะนั้นในใจผมยังไม่อยากขายอยากรอให้ราคามันขึ้นไปเรื่อย ผมจึงได้โทรหาเพื่อนที่เป็นโปรกเกอร์อีกที่ว่าจะขายดีไมเพื่อนก็บอกผมว่ากำไรแล้วก็ขายไปก่อน ผมจึงขายแล้วราคาหุ้นก็ขึ้นไปอีกถึงประมาณ 11 บ.แล้วราคาก็ปรับลดลงมาตามลำดับ ทำให้ผมรุ้ว่าการเล่นหุ้นนั้นถ้ามีกำไรแล้วอย่าโลภมากเพราะอาจจะขาดทุนได้ และต่อจากนั้นผมก็ได้ซื้อหุ้นอีกหลายตัวคือ BECL,CCET,WORK,NNCL โดยหุ้นชุดหลังที่ผมซื้อนั้นเลือกมาจากการดูเงินปันผลและบทวิเคราะห์จาก http://www.settrade.com/ แต่ก็ยังเข้าใจผิดอีกจากการดูเงินปันผลที่โชวร์ในหน้าเว็บเนื่องมาจากว่าเป็นเงินปันผลที่รวบจากทุกปีมาแสดงเป็นเปอร์เซ็น เพราะว่าหุ้นบางหุ้นไม่สามารถจ่ายปันผลได้เท่ากันทุกปี ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ทำให้ผมต้องศึกษาความรุ้เพิ่มเติมการเล่นหุ้นอีก ส่วนหุ้นชุดหลังที่ผมซื้อมานั้นผมจะเขียนให้อีกที่ใน BLOG ครั้งต่อไปว่าผมจะได้กำไรหรือขายทุน หรือเกิดอะไรบ้างหลังจากการซื้อหุ้นชุดหลังนี้ ติดตามกันนะครับ
สรุป หุ้นจะได้กำไรหรือขายทุนมาจาก 2 อย่างคือ
1. การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น
2. การได้รับปันผลจากหุ้น (คล้ายดอกเบี้ย)

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *