ขอคำแนะนำสำหรับ นศ. ที่อยากทดลองเล่นหุ้นหน่อยคะ

คำถามและคำตอบเกี่ยวกับการเล่นหุ้นจากพันทิป

ขอคำแนะนำสำหรับ นศ. ที่อยากทดลองเล่นหุ้นหน่อยคะ

กระทู้คำถาม

คือหนูยังเป็นนักศึกษาที่ไม่สามารถหารายได้เองได้ อยู่คะ…พอดีได้เรียนวิชาที่อาจารย์สอนเล่นหุ้น จึงเกิดความสนใจคะ

อยากทราบว่าต้องมีเงินมากเท่าไหร่คะ จึงจะเริ่มต้นเล่นหุ้นได้…ไม่ได้หวังว่าจะรวยได้มากมายอะไรขนาดนั้นค่ะ เพราะความสามารถยังไม่มากขนาดนั้น…แค่ประมาณว่า ลงทุนไป 2000 ได้กำไรซัก 500 ก็พอใจแล้วอะไรประมาณนี้คะ

แค่อยากหารายได้พิเศษมาซื้อของใช้เองบ้าง โดยไม่รบกวนพ่อแม่น่ะคะ แต่ไม่สามารถไปทำงานพิเศษอื่นๆ ได้เนื่องจากทางบ้านไม่สนับสนุน

และอยากทราบว่าการเริ่มต้นเล่นหุ้นนี่ต้องทำอะไรบ้างคะ (อาจารย์สอนแค่โปรแกรมน่ะคะ)

และสุดท้ายด้วยเงินทุนที่น้อยควรเล่นหุ้นไหมคะ หรือว่ารอมีงานทำ แล้วมีเงินเยอะๆ ก่อนดีกว่า

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะคะ…ขอบคุณมากคะ

ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเล่นหุ้นจากสมาชิกพันทิป
ความคิดเห็นที่ 1
เล่นหุ้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
500 จาก 2000 คือ 25%มีโอกาสได้กำไร ก็มีโอกาสขาดทุนเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 2
ผมก็นักศึกษาคนนึงครับ ถ้ามีประมาณ 2,000 บ. เอามาลงทุนมันไม่ค่อยได้อะไรมากครับ
อยากให้ซื้อหนังสือมาอ่านก่อนครับ “เล่นหุ้นออนไลน์ไม่ยาก” สำนักพิมพ์ Think Beyond อ่านเข้าใจง่ายครับ
แล้วก็ศึกษาเพิ่มเรื่อยๆ หรือทดลองเล่นหุ้นจากโปรแกรมจำลอง Click2Win เพื่อฝึกก่อนได้ครับ
ระหว่างนี้มีเงินก็ซื้อหนังสืออ่านเพิ่ม ถ้าไม่สะดวกออกไปทำงานพิเศษนอกบ้าน หาสินค้ามาขายทางอินเตอร์เน็ตก่อนก็ได้ครับ สะสมเงินไปเรื่อยๆ
สัก 10,000 – 20,000 บ. แล้วค่อยมาลงสนามจริง ถ้าไม่รีบร้อนไว้ทำงานมีเงินเดือน ค่อยเอาเงินเย็นมาลงทุนก็ได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 3

หาความรู้ แล้วก็ทำความเข้าใจด้วยนะครับว่า การลงทุน มีความเสี่ยง

มันไม่ได้สวยงามขนาดที่ว่า เล่นยังไงก็ได้หรอกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4
ใช้เงิน 2,000 เล่นหุ้น บางโบรกเกอร์เค้ามีขั้นต่ำเช่น ค่าคอม 50 บาท ลงทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท ถ้าลงทุน 2,000 บาท ก็ต้องเสียค่าซื้อ และขายในวันนั้น 50 บาท ครับ ซึ่ง เอาประสบการณ์มหาวิทยาลัย  ตอนนั้นคิดเหมือนกันว่าอยากรวย ขอวันละ 500-1000 บาทก็พอแล้ว แต่ตามธรรมชาติ มันไม่มีอะไรที่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าง่ายคนทั้งประเทศไทยคงออกมาเทรดหุ้นหมด อย่าลืมนะครับ ต้นทุน 2,000 บาท ได้ 500 บาท นี้เยอะมากๆ ถ้าทุกคนได้ๆๆๆ แล้วน้องคิดว่าใครเสียเงินอ่ะครับ  เพราะเงินที่อยู่ในตลาดคือเงินของคนหลายๆ คนเอามารวมๆ กัน มันไม่ใช่ตลาดแจกเงินนะครับ  แต่การลงทุนหุ้น  หากมองเป็นธุรกิจเราสามารถได้เงินในรูปปันผล ถ้าน้องลง 2,000 บาท 1 ปีก็ได้ 200 บาท นั้นหมายถึงน้องต้องไปหาเงินมาสะสม นะครับ เช่น การสอนพิเศษ  การขายของตลาดนัด  เก็บออมเงิน  ใช้จ่ายประหยัด แต่น้องเข้าตลาดหุ้นเพื่อ หาเงินไปใช้จ่ายมันก็ผิดตั้งแต่แรก แล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 5
การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษารายละเอียดก่อนลงทุน
กำไร 25% ถ้าเข้าตลาดกระทิง+เป็นหุ้นที่ราคาถูกๆ(+หุ้นปั่น) ทำได้
แต่ตอนนี้เป็นตลาดหมี ถ้าเข้ามาแบบมือใหม่อาจได้จ่ายค่าครู How to ติดดอยเม่าติดดอย หรือ How to cut lossเม่าคัทลอส
ทุน 2000 อาจจะเหลือ 1200 อันนี้พูดจริงไม่ได้โจ้กเม่าฝนตกคำแนะนำ
1.ไปอ่านหนังสือ เลือกหุ้นให้เป็น พื้นฐานดี ราคาย่อมเยาซึ่งตอนนี้กำลังถูกแกรนด์เซลกันอยู่ หรือถ้าจะเอาดีทางเทคนิกดูกราฟ ก็ไปหาตำหรับตำรามาอ่านก่อน
2.อย่าคิดว่าบทเรียนดอยหรือคัทไม่ดี เป็นประสบการณ์ได้เรียนรู้ตลาด ได้ฝึกจิตใจ โดยส่วนตัวเริ่มจากพอร์ตน้อยๆก่อนดีกว่า  เพื่อเก็บความรู้ในสนามจริงไปเรื่อยๆ กำหนดเป้าหมายจากเล็กๆก่อน
3.เลือกที่ไม่มีขั้นต่ำในการเทรด ได้แก่ BLS TISCO
4.หากสงสัยลองค้นกระทู้เก่ามาอ่าน อย่าเพิ่งรีบตั้งกระทู้เด้อ

ความคิดเห็นที่ 6
ถ้าน้องไม่เห้นภาพ จะลองเอาประสบการณ์ธรรมดาๆ มาเล่า  สมัยก่อนพี่เรียน ปี 2 มหาลัยแห่งหนึ่ง พี่ได้อ่านหนังสือการลงทุน 1 เล่ม ก้ชอบ และอยากลองเล่นหุ้น แต่พี่ดีที่เข้าใจหลักการลงทุนตั้งแต่แรกเริ่ม จากพี่ชาย และลุงขายอุปกรณ์ก่อสร้าง เค้าบอกอาตี๋ ถ้าลื้ออยากรวย บลาๆๆๆๆๆๆๆ ยาวตัดทิ้ง ใจความมันอยู่ที่ การทบต้นของผลตอบแทน   การซื้อหุ้น เหมือนการปลูกต้นไม้ รอเก็บเกี่ยวผล หรือการเลี้ยงไก่ เพื่อนำไข่มาทาน หรือขาย เพื่อนำเงินไปซ์้อไก่มาเลี้ยงเพิ่ม หาก ซื้อไก่มา 2 ตัว มีไข่ 2 ฟอง เอาไข่ไปขาย ซื้อไก่เพิ่ม เป็น 4 ไข่จะออกมาอีก 4 เพิ่มไปเรื่อยๆ แบ่งตัวไปเรื่อยๆ เราจะสามารถร่ำรวย ขอแค่ช่วงที่น้องยังสามารถ ศึกษา ควรแบ่งเวลา และมุ่งเน้นกับการเรียน มากกว่าหาเงินจะดีมากเพราะถ้าน้องหางานได้รายได้ก็สุง นำมาลงทุนต่อ บลาๆๆๆ         ตอนปี 2 มีเงินไม่ถึง 500 บาท แต่รู้จักหุ้น ที่บ้านมีธุรกิจพ่อแม่ พอมีฐานะ แต่พี่ขอเงินไปมหาลัยวันละ 100 บาท เริ่มเก็บเงิน จนมี 1,000 บาท เอาไปซื้อ กระดานเล็กๆ กับคู่มือสอนเด็กมัธยม ทำใบประกาศ ไปติดตามโรงเรียน สอนเป็น ชม รายได้ดีมาก สอนทุกเย็น เสาร์อาทิตย์ เหนื่อยมาก หลายปี จนได้เงินมา 14,000 บาท โดยประมาณ นำไปซื้อหุ้น ตอนนั้น CPALL ดังมากตัวละ 7 บาท ซ์้อไป แล้วไม่ค่อยได้ตามอีกเลย เน้นสอบ อ่านหนังสือ คอยติดตามห่างๆ เพิ่งขายไปปีที่แล้วก็ได้มาอยู่ 70,000 บาท กำไร แต่ในช่วงที่เรียนลงทุนหลายอย่าง เช่นการทำไร่ ขายหมูปิ้ง ทำงาน 7-11 ร้าน VCD เช็ดแผ่น บลาๆๆ แต่ไม่เคยคิดเล่นหุ้นแล้วรวยสักที
ความคิดเห็นที่ 7
มุมผมนะ ผมว่าน้องลงสนามมาเลย คิดว่าซื้อวิชาครับ 2000 ไม่แพง แต่อย่าเพิ่มเงินลงทุนนะครับ เข้ามาบริหารเงิน 2000 นี้เงินจริงเจ็บจริง
เพราะตลาดขาลงนี้ยากยิ่งนัก แต่มันก็เป็นครูชั้นยอดให้เราครับ
ถ้าเป็นตลาดขาขึ้นแบบหลับตาเล่นยังชนะมันจะทำให้เราประมาทครับ
ความคิดเห็นที่ 8

2000 มีโบรค ที่ไหนเปิด จะไปเปิดด้วย

ว่าแต่ 2000 ถ้าไปโบรคผิด ค่าคอมก็กินกำไรหมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9
ทดลองเล่นหุ้น Click2Win เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 10
แค่ 5000 ก็เล่นได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 11

เล่น ซื้อๆ ขายๆ 10 วัน ก็ค่าธรรมเนียม 500 แล้วนะ

แล้วไหนล่ะกำไรของหนู

ความคิดเห็นที่ 12
หัดซื้อกองทุนก่อนดีมั๊ยครับ พอเป็นและเข้าใจมากขึ้น ค่อยขยับขึ้นไปเทรดหุ้นเอง
ความคิดเห็นที่ 13
ไม่รุ้อาจารย์สอนอะไรมา ลองไปใหม่ให้ละเอียดนะครับ ยังเข้าใจผิดไปเยอะเลย
ความคิดเห็นที่ 14
ใช่ครับ วิธีชนะตลาดง่ายอย่างที่อาจารย์บอกนั่นแหละ
ซื้อถูกขายแพงแต่วิธีที่จะรู้ว่าราคาไหนถูก ราคาไหนแพง ซึ่งมันเป็นความสามารถ
เฉพาะตัวครับ และค่อนข้างยากในการประเมิน

ส่วนที่เจ๊งๆกัน พวกนี้ไม่รู้ว่าถูกหรือแพงรู้แต่ใช้อารมณ์ ในตลาดหุ้น
ถ้าปล่อยให้อารมณ์มาชี้นำ รอเจ๊งได่เลยครับ

แบ่งเงินสัก 500 ไปซื้อหนังสืออ่านครับ
ส่วนหนังสือที่ดี เดินเข้าร้านหนังสือ มองแปปเดียวพอรู้ไดัเลยครับ เล่มไหนดี

หนังสือที่ชื่อหนังสือมีคำว่า รวย ง่าย เร็ว สบาย อะไรแบบนี้ไม่ต้องไปเปิดอ่าน เสียเวลา

เช่น รวยหุ้นง่ายๆ อะไรแบบนี้ยกตัวอย่างครับ บางเล่มมีคำดังกล่าวอาจจะดีครับ

ความคิดเห็นที่ 15

หลักการของตลาดหุ้นมันก็ง่านอย่างที่บอกแหละ   มีแค่การ ซื้อถูก  ไปขายแพงๆ

แต่คำถามคือ  เราจะรู้ได้ไงว่า  ตัวไหนถูก   ถูกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงราคาต่ำๆ  แต่หมายถึง มูลค่าของหุ้น ณ ขณะนั้น

สรุปคือการคัดเลือกหุ้นที่ดีนั่นแหละ เป้นส่วนที่ยากที่สุด   เป็นความสามารถ และประสบการณ์  ให้อาจารย์สอนไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 16

เตือนไว้ว่า

พอเข้าตลาดมาไม่มีใครออมมือให้ใครนะครับ
คุณกำลังอยู่ในตลาดเดียวกับกองทุนทั้งในและนอกประเทศ นักลงทุนมืออาชีพ
หมอ วิศวกร นักบัญชี นักเศรฐศาสตร์ นักบริหาร เจ้าของกิจการ 9ล9
คุณมีวิธีเอาเงินจากคนเหล่านี้ยังไงครับ

ความคิดเห็นที่ 17
ลงทุน ในกองทุนรวมดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 18
ในฐานะที่ผมเป็นนักเรียนนะ เเล้วก็เล่นหุ้นมาประมาณ 1 ปี อยากเเนะนำครับ
ลองๆ ศึกษาดูก่อน หรือ เล่นจริงไปเลย เเต่เล่นน้อยๆ ไม่กี่พันพอครับ
เล่นตอนนี้จะได้ประสบการณ์เยอะเลย ช่วงนี้เล่นยาก แต่สนุกครับ
แต่อยากเตือนให้คิดอีกอย่างคือตลาดหุ้น ไม่ใช่ตู้กดเงิน
มีคนได้ ต้องมีคนเสีย
ฉะนั้น คิดดูครับ ว่าใครจะยอมเสียเงินให้เราง่ายๆ
ในเมื่อทุกคนเข้ามาเพราะจุดประสงค์เดียวกันคือ หาเงิน

are u ready for the war? lol

สรุปมีหลากหลายความคิดเห็นมากนะครับเป็นเพราะผู้คนปัจจุบันเริ่มหันมาสนใจและรู้จักการเล่นหุ้นกันมากขึ้นแล้วนะครับเอาเป็นว่าการลงทุนมีความเสี่ยงควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนแต่ท่านใดที่ตัดสินใจจะลงทุนแล้วแต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี แนะนำให้สมัครและทำตามขั้นตอนด้านล่างนะครับสำหรับนักลงทุนมือใหม่ๆ

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

มือใหม่หัดเล่นหุ้นกับการเปิดบัญชีหุ้น

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากกันครับ

มาทำความรู้จัก “การเล่นหุ้น” กันก่อน

การเล่นหุ้น หรือการลงทุนในหุ้น คือ การซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อขายหุ้นนั้นมีอยู่ด้วยกันสองตลาด คือ ตลาดแรก และตลาดรอง การซื้อขายในตลาดแรก หรือการซื้อขายหุ้น IPO (Initial Public Offering) เกิดจากการที่บริษัทต้องการระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อขยายกิจการ โดยราคาหุ้นจะถูกกำหนดไว้ให้นักลงทุนมาจับจอง ในการซื้อหุ้น IPO นั้นจะต้องจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายเท่านั้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์ หรือตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้ง ส่วนการซื้อขายหุ้นหลังจากนั้น จะเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง ซึ่งเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นเอง ราคาของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงตามผลการดำเนินการของบริษัท และสภาวะตลาดตามหลักของ demand supply ครับ

ผลตอบแทน

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้น โดยหลัก ๆ แล้ว มี 2 ประการ อันดับแรก คือ Capital Gain หรือกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เราซื้อมากับราคาที่เราขายไป ส่วนที่สอง คือ เงินปันผล (Dividend) หรือเงินส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในระหว่างปีที่นำมาจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น

เล่นหุ้นมีความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นอาจมองได้เป็น 2 ส่วนเช่นกัน คือ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน เกิดจากตัวบริษัทเอง เช่น การดำเนินการของบริษัท หรือคณะผู้บริหาร ส่วนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกมีได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม อัตราแลกเปลี่ยนเงินกรณีเป็นบริษัทที่มีธุรกรรมกับต่างประเทศ หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อธุรกิจ เช่น น้ำท่วม พายุ ความกดดันทางการเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อราคาหุ้น

นักลงทุนมีหลายประเภท

ด้วยปัจจัยความเสี่ยงที่กล่าวมานี้ ทำให้นักลงทุนต้องมีการคัดสรรหาหุ้นที่ดี โดยแนวทางในการเลือกหุ้นนั้นมีอยู่หลายกลุ่ม เช่น นักลงทุนสาย Fundamentals คือ กลุ่มที่เลือกซื้อหุ้นโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานบริษัท ให้ความสำคัญกับการอ่านงบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด รอจังหวะเข้าซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม แล้วรอขายเมื่อราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริง โดยระหว่างทางก็เก็บเงินปันผลไปเรื่อย ๆ ส่วนนักลงทุนสาย Technical Analysis จะเน้นดูกราฟราคาย้อนหลัง ร่วมกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เพื่อหาสัญญานในการเข้าซื้อ และจุดขายทำกำไร ส่วนเราจะเป็นนักลงทุนสายไหนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การลงทุน และนิสัยส่วนบุคคลครับ

เปิดบัญชีหุ้น

ในการเทรดหุ้น หรือซื้อขายหุ้นนั้น เราต้องเปิดบัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ หรือที่เรียกกันว่า เปิดพอร์ต นั่นเอง โบรกเกอร์ คือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่รับคำสั่งซื้อขายหุ้นจากผู้ลงทุน แล้วส่งไปเข้าระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้จับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ ชำระเงินค่าซื้อหุ้น และนำหุ้นเข้าบัญชีของผู้ลงทุน โดยบัญชีหุ้นนั้น มีสามประเภท คือ

1

บัญชีวางเงินล่วงหน้า หรือ Cash Balance บัญชีนี้เป็นแบบตรงไปตรงมา มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ เราก็สามารถซื้อหุ้นได้จำนวนเท่านั้น โบรกเกอร์จะหักเงินจากบัญชีในวันที่ 3 หลังจากวันที่คำสั่งซื้อได้รับการยืนยันโดยไม่นับวันหยุด (T+3) เช่นเดียวกันกับการขาย บริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีด้วยระยะเวลา T+3 เช่นกันครับ ยกตัวอย่างเช่น เราสั่งซื้อหุ้น A ในวันศุกร์ เงินค่าซื้อหุ้นจะถูกตัดออกจากบัญชีในวันพุธในสัปดาห์ถัดไปครับ

2

บัญชีเงินสด หรือ Cash Account ในวันที่ส่งคำสั่งซื้อ เราต้องมีเงินหรือหุ้นในบัญชีเป็นมูลค่า 20% ของหุ้นที่ต้องการจะซื้อ ซึ่งต่างกับ Cash balance ที่ต้องมีเงินสดเท่ากับมูลค่าที่ต้องการซื้อ โดยนักลงทุนต้องโอนเงินซื้อภายใน 3 วันหลังจากคำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน ส่วนในกรณีการขาย นักลงทุนจะได้รับเงิน T+3 เช่นเดียวกับ Cash balance ครับ

3

บัญชีกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ Credit Balance Account หรือบัญชีมาร์จิ้น เป็นบัญชีสำหรับผู้ที่ต้องการมีอำนาจซื้อหุ้นมากกว่าเงินที่ตัวเองมีอยู่ โดยใช้เงินหรือหลักทรัพย์ของตัวเองส่วนหนึ่งมาวางเป็นหลักประกัน โดยนักลงทุนต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินส่วนที่กู้ยืมด้วยนะครับ

เนื่องจาก บัญชี credit balance นั้นมีรายละเอียดและกฎระเบียบเกี่ยวกับการวางเงินหลักประกันที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มอีกมาก ดังนั้น เพื่อนนักลงทุนมือใหม่ แนะนำให้เปิดบัญชี Cash Balance หรือ Cash Account ก่อนครับ ส่วนรายละเอียดของบัญชีข้างต้นอาจมีข้อแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ เราควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งครับ นอกจากนี้เพื่อความสะดวกในการซื้อขายหุ้น รวมถึงการรับเงินบัญชี เราสามารถผูกบัญชีหุ้นเข้ากับบัญชีธนาคาร เพื่อให้โบรกเกอร์หักเงินออก (กรณีซื้อหุ้น) หรือโอนเงินเข้า (กรณีขายหุ้น และการรับเงินปันผล) บัญชีธนาคารของเราได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการโอน หรือที่เรียกว่า ระบบบัญชี ATS – Automatic Transfer System ครับ

ซื้อขายหุ้นออนไลน์

เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว โบรกเกอร์จะแนะนำให้เปิดใช้บริการทาง internet เพื่อใช้ซื้อขายหุ้นได้ด้วยตัวเอง บางโบรกเกอร์อาจจะมีโปรแกรมเป็นของตัวเอง หรือหลายโบรกเกอร์จะให้ account เพื่อเข้าใช้โปรแกรม StreamingPro หรือ eFinance ซึ่งโดยทั่วไปโปรแกรมเหล่านี้จะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหุ้น เช่น ข่าว ราคาหุ้นแบบ real time กราฟ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค ข้อมูลพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน เช่น งบการเงิน ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท บ้างมีบทวิเคราะห์จากทางหลักทรัพย์ โดยทั้งหมดนี้เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในการตัดสินใจคัดกรองหุ้น เพื่อซื้อเข้าพอร์ตนั่นเองครับ

ซื้อขายผ่านนายหน้า

นอกเหนือจากการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตัวเองผ่านทาง internet แล้ว เรายังสามารถซื้อขายผ่าน Marketing หรือนายหน้าของโบรกเกอร์ได้เช่นกัน ข้อดีของการติดต่อ Marketing คือ Marketing มักจะมีข้อมูลหุ้นมาคอยให้คำแนะนำ รวมถึงโอกาสผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลจะน้อยกว่า แต่การซื้อขายผ่าน Marketing นั้นจะมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมของการเทรดผ่าน internet ด้วยตัวเอง ค่าคอมมิชชัน หรือค่าธรรมเนียมการซื้อขายนั้น มีราคาที่แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ นี่คือหนึ่งในข้อควรพิจารณาการเลือกโบรกเกอร์ ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความน่าเชื่อถือและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) การให้บริการ ความเสถียรของระบบซื้อขาย และการให้ข้อมูลวิเคราะห์ครับ

เมื่อบัญชี และเครื่องมือพร้อมแล้ว อย่าลืม เตรียมตัวให้พร้อมโดยการเพิ่มเติมความรู้สำหรับการลงทุนอยู่เสมอ เพราะความรู้จะทำให้มือใหม่ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพครับ

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวยการเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิดเล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images